 Room For Life : เปลี่ยนเน็ตคาเฟ่เป็น "ไอซีที
มินิมาร์ท"
ผู้ประกอบการมีอยู่ทุกที่ ประชากร 85-90% ในพื้นที่จริงๆ
แล้วเขาไม่อยากออกไปทำงานที่อื่นหรอก
แต่ที่ต้องไปก็เพราะในหมู่บ้าน หรือจังหวัดที่เขาอยู่ไม่มี
"ตลาด" สำหรับพวกเขา
จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับคนในหลายจังหวัด
โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร หนึ่งในพื้นที่ยากจนที่สุดของประเทศไทย
ทำให้ "จอห์น ฮอว์คเกอร์" ผู้ก่อตั้งบริษัท แซท-เอ็ด
ตัดสินใจเลือก "หนองไผ่" หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในสกลนคร
ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขตตัวเมืองโดยทางรถยนต์ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง
และขาดแคลนโทรศัพท์พื้นฐาน เพื่อนำร่องจัดทำโครงการ "Room For
Life" หรือห้องเรียนสู่ฝัน
สำหรับเขาแล้ว ความสำเร็จของโครงการนี้คือ
การช่วยให้ลูกบ้านประมาณ 500 คนของหมู่บ้านหนองไผ่
เอาชนะอุปสรรคจากปัญหา "ดิจิทัล ดีไวด์"
เพื่อเข้าถึงเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร ความรู้
เพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาด
และการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับคนในท้องถิ่น
ซึ่งความสำเร็จจากโครงการต้นแบบ
จะสามารถต่อยอดสู่ชุมชนห่างไกลทั่วไทย และรวมไปถึงประเทศอื่นๆ
ด้วย อย่างเวียดนาม, อินโดนีเซีย และกานา
จุดประสงค์หลักของโครงการคือ เพี่อให้ชุมชนชนบททั่วประเทศ
สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างตามความสนใจ
และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งด้านการเรียน การทำงาน
ทั้งของตัวเอง ครอบครัว และชุมชน
โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องระยะทาง ระบบโทรคมนาคม
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เขาบอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอเวลาที่เราพูดถึง "ดิจิทัล
ดีไวด์" ก็คือ เมื่อเราคุยถึงเรื่องคอมพิวเตอร์
จะพบว่าคอมพิวเตอร์ เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้
แต่สำหรับห้องเรียนสู่ฝันแล้ว
แทนที่จะตั้งแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ไว้เฉยๆ
แต่โครงการนี้จะใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ
"ฝึกอบรมคนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ประกอบการ"
"เมื่อ 4 ปีก่อน ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งที่ผมรู้จัก
ได้ขอให้ผมช่วยหาคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนในหมู่บ้าน 4 เครื่อง
เพื่อสอนให้นักเรียนเปิด-ปิดคอมพ์เป็น"
สำหรับเขาแล้ว "คำขอ" ข้างต้นหมายถึงการขอ "โอกาสทางการศึกษา"
เพื่อให้เด็กนักเรียนในหมู่บ้านนี้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น
ซึ่งจะส่งผลให้ในชีวิตของการทำงานข้างหน้า
มีโอกาสมากขึ้นที่จะได้ทำงานตามออฟฟิศ
แทนที่ต้องเป็นเพียงเด็กเสิร์ฟ หรือต้องไปใช้แรงงานในต่างประเทศ
การพูดคุยครั้งนั้น เป็นที่มาของ "ห้องเรียนสู่ฝัน"
ห้องแรกที่เริ่มเปิดสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในหมู่บ้านหนองไผ่
รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 6-7 แห่ง เมื่อเดือนมีนาคม 2549
ด้วยแนวคิดของการผสานแนวคิดการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เข้ากับการเป็นร้านค้าชุมชน หรือไอซีที มินิมาร์ท
ระดับชุมชนแห่งแรกของโลก
ซึ่งสามารถให้บริการไอซีทีครบวงจรกับชุมชนห่างไกล
โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งยังขาดแคลนสายโทรศัพท์
"ห้องเรียนสู่ฝัน" 1 ห้อง จะประกอบด้วย
เครื่องคอมพิวเตอร์อย่างต่ำ 6 เครื่อง พร้อมเวบแคม
และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง, โทรทัศน์ 29 นิ้ว
พร้อมเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องเรียน, ระบบอุปกรณ์ดิจิทัล ไลบรารี่
และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ 1 ชุด, ระบบแปลงสัญญาณ,
ระบบอุปกรณ์รับสัญญาณไอพีสตาร์, เครือข่ายบรอดแบนด์ แบนด์วิธ
256/128, เครือข่ายดาวเทียมมัลติคาสต์ สำหรับส่งข้อมูล,
ระบบเครือข่ายภายใน (แลน) และคอนเทนท์
และสิ่งที่บริษัท แซท-เอ็ด ซิสเต็ม ไทยแลนด์ "เพิ่มมูลค่า"
ให้กับโครงการนี้ก็คือ
การฝึกอบรมให้คนในชุมชนบริหารจัดการร้านไอซีที มินิมาร์ทแห่งนี้,
สามารถบำรุงรักษาและซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ
ได้ในระดับหนึ่ง, การหาคอนเทนท์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างเป็นหลักสูตรอี-เลิร์นนิ่ง ผ่านไอพีวีที
สำหรับให้เกษตรกรในชุมชนนำไปต่อยอดใช้ประกอบอาชีพ
และสร้างรายได้เพิ่ม
ตลอดจนการช่วยโปรโมทด้านการตลาด
ซึ่งเขามีความคิดว่าน่าจะต่อยอดไปถึงความร่วมมือกับบริษัทเอกชนต่างๆ
เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับห้องเรียนสู่ฝัน เช่น
การนำป้ายโฆษณาสินค้ามาติด หรือการขอสนับสนุนจากเอเอ็มดี
หรืออินเทล ซึ่งเป็นผู้ผลิตตัวประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์
เพื่อให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาถูก
สำหรับป้อนโครงการนี้รวมถึงจำหน่ายให้กับคนในชุมชน
ส่วนผสมข้างต้น จะทำให้ห้องเรียนสู่ฝัน
สามารถดำเนินกิจการร้านอินเทอร์เน็ต
ควบคู่ไปกับการเป็นร้านค้าที่จะให้บริการต่างๆ กับชุมชน
เป็นห้องเรียนสำหรับอี-เลิร์นนิ่ง จำหน่ายเครื่องเขียน ซีดี
เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนสินค้าต่างๆ
เขาบอกเล่าถึงสิ่งที่ได้จากการพูดคุยกับคนหลายๆ
จังหวัดของไทยว่า ผู้ประกอบการมีอยู่ทุกที่ ประชากร 85-90%
ในพื้นที่จริงๆ แล้วเขาไม่อยากออกไปทำงานที่อื่นหรอก
แต่ที่ต้องไปก็เพราะในหมู่บ้าน หรือจังหวัดที่เขาอยู่ไม่มี
"ตลาด" สำหรับพวกเขา
"มีผู้หญิงในหมู่บ้านทอผ้าเก่งมาก
เขาได้นำผลงานมาให้ทางโครงการ ช่วยโพสต์สินค้าบนเวบไซต์อีเบย์
มีผู้สนใจมาก ทางคนทำก็ดีใจมาก เพราะขายได้ราคาดี
เพราะตัดคนกลางออกไปจากระบบได้
และคนในชุมชนก็มีรายได้จากการขายสินค้าตัวเองมากขึ้น"
นั่นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของ "ตลาด"
ที่เข้ามาหาชุมชนเองทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ซึ่งเขาก็เชื่อว่าต่อไปคนในหมู่บ้านที่มีฝีมือในการผลิตสินค้า
ก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงานเป็นลูกจ้างในจังหวัดไกลๆ อีกต่อไป
ในอีกด้านหนึ่ง หลักสูตรต่างๆ
ที่จัดทำสำหรับเกษตรกรในท้องถิ่นให้สามารถเรียนผ่านจอทีวี (ทีวี
เบส เทรนนิ่ง) ก็จะมีผู้สนใจจัดกลุ่ม และเลือกหลักสูตรที่สนใจ
โดยการเรียนผ่านวิดีโอ ออน ดีมานด์ โดยเสียค่าบริการชั่วโมงละ
20-50 บาทต่อหลักสูตร
แต่สามารถนำไปเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพได้ในระยะยาว
"แนวคิดของโครงการก็คือ ผู้เข้ามาใช้บริการจ่ายเงินไปเท่าไร
เขาก็จะสามารถนำประโยชน์ที่ได้จากบริการของเรา
ไปสร้างรายได้ให้มากขึ้นกว่าส่วนที่จ่ายไป
และเมื่อคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
ก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้ดีขึ้น"
บริการที่ห้องเรียนสู่ฝันพร้อมนำเสนอกับชุมชน
มีตั้งแต่บริการออนไลน์ผ่านเครือข่ายบรอดแบนด์ ไอพีสตาร์
ทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การใช้บริการอี-กอฟเวิร์นเมนท์
การศึกษาทางไกล การใช้เวบแคม
การใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศผ่านอินเทอร์เน็ต
การเรียนรู้โปรแกรม และฝึกฝนการใช้งานคอมพิวเตอร์
บริการเหล่านี้ สามารถสร้างรายได้ให้กับโครงการได้
ตัวอย่างเช่น บริการอี-กอฟเวิร์นเมนท์
ที่จะช่วยเขาสแกนเอกสารเพื่อส่งผ่านออนไลน์
ไปยังหน่วยงานที่ต้องติดต่อ ในระดับจังหวัดหรืออำเภอ
แทนที่เขาจะต้องเสียเวลาเป็นวัน
เพื่อไปยื่นเอกสารเพียงแผ่นเดียว
นอกเหนือจากผลลัพธ์ในเชิงเศรษฐกิจแล้ว เขายังได้เห็น
"ความสุข" ที่คนในหมู่บ้านหนองไผ่
และหมู่บ้านใกล้เคียงได้รับจากโครงการนำร่องนี้ เช่น
เด็กครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้าน ได้มีโอกาสเห็นหน้าแม่
ซึ่งหนีความยากจนในหมู่บ้านไปรับจ้างกรีดยางที่ภาคใต้นานถึง 6
เดือน โดยพูดคุยผ่านเวบแคม
และโทรศัพท์อินเทอร์เน็ตด้วยค่าบริการเพียง 20 บาทต่อชั่วโมง
หรือแม้กระทั่งกรณีของเด็กชายหูหนวกคนหนึ่ง
ที่สามารถเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนๆ ผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์
ซึ่งในโลกเสมือนนี้ ได้สร้างความ "เท่าเทียม"
ให้เกิดขึ้นกับทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัดของความพิการอีกต่อไป
"จอห์น" บอกว่า ถ้าห้องเรียนสู่ฝันเป็นแค่ร้านอินเทอร์เน็ต
คงไม่สามารถอยู่ได้ในระยะยาว เพราะคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดแวร์
เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น
แต่ความสำเร็จต้องมาจากการผสานฮาร์ดแวร์ เข้ากับแนวคิดทางธุรกิจ
และองค์ความรู้ (คอนเทนท์) เพื่อให้เลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน
|